| |
ประสาทสัมผัส
:
จากการที่งูวิวัฒนาการมาจากสัตว์ที่อาศัยอยู่ใต้พื้นดิน
จึงทำให้ประสาทสัมผัสของพวกมันพัฒนาที่แตกต่างจากสัตว์อื่น ๆ มาก
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้หลายสายพันธุ์ มีประสาทตาที่ไม่ที่ไม่ดีนักในการมองเห็น
ในสายพันธุ์ Burrowing แทบจะมองไม่เห็น เพราะมันอาศัยอยู่ในโพรงมืด
แต่มันกลับพัฒนาประสาทสัมผัสอื่นขึ้นมาทดแทน คือ ประสาทในการรับฟังเสียงแทน
ตาของงู Burrowing
Snakesใช้การได้ไม่ดีนัก มันแยกได้เฉพาะแสงสว่างจากความมืดเท่านั้น
และงูวงศ์สายพันธุ์โบราณ เช่น Leptotyphlopids Anomalepids และ
Typhlopids ก็จะเป็นเหมือนกัน
ลักษณะรูม่านตาจะมี
3 รูปแบบ คือ รูม่านตาเป็นวงกลม รูม่านตาเป็นเส้นแนวนอน รูม่านตาเป็นเส้นแนวตั้ง
งูที่รูม่านตาเป็นวงกลม
งูส่วนมากงูจะมีรูม่านตาเป็นวงกลม งูตัวเล็กรูม่านตาเป็นวงกลมหากินในเวลากลางคืน
ต่างจากงูขนาดใหญ่ รูม่านตาเป็นวงกลมจะหากินกลางวันและมีสายตาที่ดีกว่า
พบในพวก Water snakes และ garter snakes whip-snakes และ Racers
of North America Europe และในเอเชียจะมีตาที่มีขนาดใหญ่ รูม่านตาเป็นวงกลม
รูม่านตาแนวตั้งจะเป็นชนิดที่หากินกลางคืน
เช่น งูพิษและ Tropical colubrids รูม่านตาจะปรับขยายในที่แสงสว่างน้อย
เพื่อรับแสง และในที่ที่แสงสว่างมาก รูม่านตาจะย่อเพื่อป้องกันเยื่อในลูกตาที่ทำหน้าที่รับภาพ
รูม่านตาแนวนอน พบได้มีน้อยมาก
ส่วนมากจะอยู่ในแถบเอเชีย คือ งูเขียวปากจิ้งจก และใน African
คือ Thelotornis เพราะลักษณะของรูม่านตา ขนาด และตำแหน่างของตา
ในแนวนอน ทำให้มันมองเห็นและรับภาพได้ดีในระยะไกล |
|
|
|
|
|
|
 |
การได้กลิ่น งูจะมีจมูกที่เชื่อมไปที่ประสาทรับกลิ่นที่สมอง
พวกมันจะมีอวัยวะพิเศษที่เรียกว่า Jacobson's organ ประกอบด้วยบ่อคู่
หรือ รูด้านหลังเพดานปากซึ่งสอดไปกับท่อ ของง่ามลิ้น งูจะแลบลิ้นเร็ว
ๆ เพื่อจับกลิ่นจากบรรยายกาศรอบ ๆ ตัวของมัน แล้วนำลิ้นที่จับกลิ่นเข้าไปในปากผ่าน
Jacobson's organ อวัยวะนี้ทำหน้าที่แยกแยะกลิ่นและส่งผ่านไปที่สมอง
งูจะแลบลิ้นบ่อย ๆ เพื่อสำรวจบริเวณรอบ ๆ ตัว
|
|
|
การได้ยิน
แม้ว่างูจะไม่มีหู แต่โครงสร้างภายในของหูงู จะเริ่มตั้งแต่กระดูกเล็ก
ๆ ที่เป็นเส้นประสาทรับแรงสั่นสะเทือนภายในหู โดยงูได้ยินเสียงก็ต่อเมื่อ
คางแนบกับพื้น รับแรงสั่นสะเทือน ตลอดจนความถี่ต่ำที่มากับอากาศได้
แล้วถูกส่งผ่านโดยกระดูกขากรรไกร ไปประสาทรับแรงสั่นสะเทือน
|
|
|
|
|
ประสาทรับความร้อน งูจะมีอวัยวะที่ไม่เหมือนใครที่เรียกว่าช่องรับความร้อน
(heat pits) พบได้ใน 3 วงศ์ คือ Boas Python และ Pit Viper งูวงศ์Boas
จะมีช่องรับความร้อน ระหว่างเกล็ดของขอบขากรรไกร Python จะอยู่ข้างในเกล็ด
ส่วน Pit Vipers ช่องรับความร้อนจะอยู่ระหว่างตากับจมูก
ในทุกสายพันธุ์ อวัยวะรับความร้อนเป็นเส้น อยู่บนชั้นแรกของเซลล์
ซึ่งเชื่อมไปยังสมอง งูสามารถรับรู้อุณหภูมิที่สูงขึ้นได้รวดเร็ว
ดังเช่นความร้อนในตัวของสัตว์เลือดอุ่นซึ่งเป้นเหยื่อที่ดีของมัน
|
|
ส่วนเหยื่อที่เป็นสัตว์เลื้อยคลานแม้ว่าจะเป็นสัตว์เลือดเย็นแต่มันก็ต้องอาบแดเพื่อปรับอุณหภูมิในร่างกายให้สูง
จึงทำให้ช่องรับความร้อนของงู ตรวจจับได้เช่นเดียวกัน ทำให้มันสามารถจู่โจมเหยื่อได้อย่างแม่นยำแม้ว่าอยู่ในที่มือหรือตอนกลาคืน
(ช่องรับความร้อนของงู สามารถตรวจจับได้อุณหภูมืที่เปลี่ยนแปลงเพียงแค่
0.2 องศาเซลเซียส )
|
|
|
| |
|
| |