|
งูพิษ
:
งูพิษ ที่เป็นงูหากินกลางคืนนั้น
มีจำนวนน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับงูที่ไม่มีพิษ และที่เป็นอันตรายต่อมนุษย์
มีประมาณ 250 สายพันธุ์ แต่จะมีแค่ 1 ใน 10 ของทั้งหมดหรือประมาณ
50 ชนิด ที่มีพิษทำอันตรายถึงชิวิต งูพิษจะมีอยู่ 4 วงศ์ คือ
Burrowing Asps , Elapidae , Viperidae และ Colubridae ซึ่งเป็นงูพิษอ่อนใช้การ
ปรับเปลี่ยนต่อมที่ผลิตน้ำลายมาผลิตพิษ
การผลิตพิษ
: งูมีการพัฒนา วิธีการทำจับเหยื่อมาเรื่อย ๆ เมื่อก่อนใช้กำลัง
ในการต่อสู้เพื่อให้ เหยื่อสงบนิ่ง ต่อมาได้วิวัฒนาการมา โดยการสร้างโปรตีนผสมกับเอ็นซาย
เพื่อช่วยในการย่อยอาหาร และใช้ความแข็งแรง ของกล้ามเนื้อขยอกเหยื่อลงไป
มีการขับน้ำย่อยที่มีพิษมาช่วย ในระบบการย่อยอาหาร โดยทั่วไปงูพิษจะมีฟันหรือเขี้ยวพิเศษ
ในการปล่อยพิษเข้าสู่ร่างกาย ของเหยื่อ แม้ว่าบางสายพันธุ์จะบังคับฟัน
เพื่อใช้ปล่อยพิษได้ งูพิษจะอ้างปาก
และใช้เขี้ยวที่มีขนาด ยาวและใหญ่เป็นพิเศษ ในการใช้จู่โจมเหยื่อ
เมื่อกัดเหยื่อ เขี้ยวจะฝังลง ลึกและปล่อยพิษเข้าสู่เหยื่อ
พิษงู
: งูพิษที่มีพิษร้ายแรง จะมีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ ส่วนมากมักจะแข็งแรง
และมีความรวดเร็ว ในการเข้าจู่โจมเหยื่อ งูพิษกาบูน
(gaboon viper) เป็น
1 ในงูที่พุ่งโจมตีได้เร็วที่สุด ประมาณ 7 เมตรต่อนาที
แต่ก็มีสถิติที่น้อยมากสำหรับมนุษย์ ที่ถูกงูพิษกัด ในทางกลับกัน
งูพิษหลายชนิด กับมีจำนวนลดลง ด้วยการรุกรานของมนุษย์
อัตรายจากพิษของงูแต่ละ
สายพันธุ์จะไม่เหมือนกัน พิษของงูเห่าจะออกฤทธิ์กับระบบประสาท
(Neurotoxic)
และจะเข้าไปสู่เส้นเลือด พิษที่ออกฤทธิ์กับระบบประสาท จะทำให้เหยื่ออ่อนเพลีย
อย่างรวดเร็ว พิษที่ออกฤทธิ์กับระบบเลือด
(Haemotoxic) จะทำให้เหยื่อตาย
โดยเลือดของเหยื่อ จะไหลไม่หยุด หรือเลือดเกาะเป็นก้อน งูทะเลส่วนมาก
จะมีพิษประเภทออกฤทธิ์กับระบบกล้ามเนื้อ (Cytotoxic)
อาการเริ่มจากปวดกล้ามเนื้อ ต่อมาจะมีปัสสาวะ สีแดงคล้ำจากเซลกล้ามเนื้อ
ถูกทำลายตามด้วยไตวาย และ ระบบหายใจล้มเหลว
|